✏️ ตัวอย่างหน้าจอ (Showcase) — นี่ยังไม่ใช่ระบบจริง กดเล่นได้ทุกปุ่มแต่ยังไม่บันทึกอะไร · ตัวเลขทุกตัวมาจากไฟล์จริงของร้าน ที่ไหนยังไม่มีข้อมูลเขียนไว้ตรง ๆ ไม่เดาให้

หน้าแรก

🟡 ยังไม่เริ่มเก็บข้อมูลรายวัน

เดือนล่าสุดที่ข้อมูลครบ — มิถุนายน 2569 จากไฟล์จริง

เมื่อเปิดใช้ระบบจริง ตรงนี้จะเป็น “วันนี้” และขยับสด ๆ ทุกครั้งที่สาขาส่งยอดเข้ามา
เงินที่เหลือถึงมือเจ้าของ
฿20,744
1.7% ของยอดขาย · จากขนม 82,968 ชิ้น = 25 สตางค์/ชิ้น
ยอดขายเทียบจุดคุ้มทุน
฿848K
ไม่ขาดทุน
฿980K
+เงินเดือนผู้บริหาร
฿1.18M
ครบทุกภาระ
฿1.24M
ทำได้จริง
ยอดขาย มิ.ย. จริง
฿1,244,527
▲ 4.4% จาก พ.ค.
จำนวนชิ้น คำนวณ
82,968 ชิ้น
2,766 ชิ้น/วัน · ยอดเงิน ÷ 15
กำไรสุทธิ จริง
฿220,744
17.7% ของยอดขาย
เหลือถึงเจ้าของ จริง
฿20,744
หลังหักกองกลาง+ผู้บริหาร

📅 ยอดวันนี้ · แยกสาขา

ยังไม่มีข้อมูล ไฟล์ Excel เดิมบันทึกเป็น รายเดือน เท่านั้น จึงยังไม่มียอดรายวันให้แสดง
ช่องนี้จะมีข้อมูลตั้งแต่วันแรกที่สาขาเริ่มส่งยอดผ่านระบบ
ทำไมถึงต้องมีให้ได้: ม.ค. → ก.พ. ยอดขายหายไป 254,216 บาท กำไรหายไป 203,318 บาท — 80 สตางค์จากทุก 1 บาทที่หายไป กลายเป็นกำไรที่หายทันที เพราะค่าคนงานเดือนละ ~425,000 จ่ายเท่าเดิมทุกเดือน
รู้สิ้นเดือน = รู้ช้าไป 30 วัน · รู้ทุกวัน = แก้ทันตั้งแต่วันที่ 3

🔻 สาขาที่ยอดไหลลงแรงที่สุด จากไฟล์จริง

เทียบ ม.ค. 2569 กับ มิ.ย. 2569
สาขาม.ค.มิ.ย.เปลี่ยนไป
บางลำพู214,627121,234−43.5%
เทเวศร์236,900136,551−42.4%
ปิ่นเกล้า66,76045,657−31.6%
แจ้งวัฒนะ58,46240,390−30.9%
งามวงศ์วาน ชั้น672,05649,841−30.8%
เฉพาะ บางลำพู + เทเวศร์ หายไปรวมกัน 193,742 บาท/เดือน — มากกว่าเงินที่เหลือถึงมือเจ้าของทั้งเดือน (35,268) ถึง 5.5 เท่า

🚀 ขายเพิ่มอีกนิดเดียว ได้เงินเพิ่มเท่าไหร่ คำนวณจากตัวเลขจริง

ค่าคนงาน 425,000/เดือน จ่ายเท่าเดิมไม่ว่าจะขายกี่ชิ้น ขนมชิ้นที่ 191 ของวันจึงไม่ต้องจ้างคนเพิ่ม
ทำอะไรชิ้นเพิ่ม/สาขา/วันเงินเพิ่ม/เดือนผลต่อเจ้าของ
ขายเพิ่มสาขาละ 3 ชิ้น/วัน+3+฿11,491+33%
ขายเพิ่มสาขาละ 9 ชิ้น/วัน (+4.7%)+9+฿34,474เงินถึงเจ้าของเพิ่มเท่าตัว
ดึงบางลำพู+เทเวศร์กลับที่เดิม+31+฿117,7953.3 เท่าของทั้งเดือน
ขายเพิ่ม 1 ชิ้น = กำไรเพิ่ม 9.12 บาท (ไม่ใช่ 3.02 และไม่ใช่ 0.42) เพราะชิ้นที่เพิ่มขึ้นเสียแค่ค่าวัตถุดิบ+ภาษี ไม่ได้เสียค่าแรงเพิ่ม — นี่คือเหตุผลที่ระบบต้องนับ “ชิ้น” ไม่ใช่นับแค่ “บาท”

📲 หน้าที่คนหน้าเตาใช้ — แยกไส้ + นับของเหลือสิ้นวัน

แบ่งเป็น 3 ขั้น กดทีละขั้น · ขั้นที่ 1 บังคับ · ขั้น 2-3 ข้ามได้ · ลองกดเล่นได้จริงทุกปุ่ม — ระบบนับจำนวนครั้งที่กดให้ดูด้วยว่ากี่ครั้งถึงจะจบ
ส่งยอดวันนี้ สาขาตลาดธนบุรี · จันทร์ 13 ส.ค. 2569 · ปิดร้าน 18:30
🍯 ไส้หวาน 0 ชิ้น
🦐 ไส้เค็ม 0 ชิ้น
ขายได้รวมวันนี้ระบบบวกให้เอง ไม่ต้องคิด
0 ชิ้น
⚠️ เรื่องที่ต้องตัดสินใจก่อน: กฎเหล็กข้อ 12 ที่เขียนไว้ตั้งแต่ต้นบอกว่า “หน้าจอบันทึกที่ต้องกรอกเกิน 3 ช่อง จะไม่มีใครกรอก แล้วข้อมูลทั้งระบบจะว่างเปล่าโดยไม่มีอะไรฟ้อง”
สิ่งที่ขอเพิ่ม (แยกไส้ + ของเหลือ + วัตถุดิบเหลือ) ทำให้กลายเป็น ~17 ช่องขัดกับกฎข้อนี้ตรง ๆ ผมจึงออกแบบใหม่ให้ “นับ” แทน “พิมพ์” และแบ่งเป็น 3 ขั้นที่ข้ามได้ 2 ขั้น
ทางที่เลือก — เปลี่ยนจาก “พิมพ์เลข” เป็น “นับของที่อยู่ตรงหน้า”:
ขั้น 1 บังคับ — กดปุ่ม + ตามถาดที่นับ ระบบบวกยอดรวมให้เอง ไม่ต้องคิดเลขเอง
ขั้น 2-3 ข้ามได้ — วันไหนรีบก็กดข้าม ระบบยังบันทึกยอดขายได้ครบ
• ไม่มีช่องไหนบังคับให้พิมพ์ตัวเลขยาว ๆ · กดปุ่มอย่างเดียวจบได้ทั้งหน้า
แต่ยังไงก็ไม่ใช่ 10 วินาทีแล้ว — ลองกดดูเองในเครื่องจำลองข้าง ๆ ว่ากี่ครั้งถึงจะจบ
ข้อเสนอ: อย่าเปิดครบ 14 สาขาวันแรก — เอา 1 สาขานำร่องใช้จริง 1 สัปดาห์ แล้วจับเวลาจริงว่าใช้กี่วินาที · ถ้าเกิน 90 วินาที คนจะเริ่มกรอกมั่วหรือเลิกกรอก ต้องตัดขั้น 2 หรือ 3 ทิ้งก่อน แล้วค่อยเพิ่มทีหลังตอนคนชินแล้ว
ระบบที่เก็บข้อมูลได้ 3 อย่างครบทุกวัน ดีกว่าระบบที่เก็บ 17 อย่างแต่ได้อาทิตย์ละครั้ง
ระบบเช็คเงินให้เองทันที: Σ(ชิ้นแต่ละไส้ × ราคาไส้นั้น) ต้องเท่ากับ เงินสด + เงินโอน
ไม่ตรง → ป้ายส้ม แต่ยังบันทึกได้ แค่ต้องใส่เหตุผล
ห้ามบล็อกไม่ให้บันทึก — ของจริงมีเหตุไม่ตรงเสมอ (ลดราคาท้ายวัน ทอนผิด) ถ้าบล็อก คนจะกรอกเลขปลอมให้ตรง แล้วข้อมูลเสียหายกว่าเดิม

💰 ได้ข้อมูลแยกไส้แล้ว เอาไปทำอะไรได้ คิดจากตัวเลขจริง

รู้อะไรเพิ่มเอาไปทำอะไรคิดเป็นเงิน
ไส้ไหนขายดี แต่ละสาขาครัวทำให้ตรงกับที่ขายจริง เลิกทำตามความรู้สึก ขายเพิ่มสาขาละ 9 ชิ้น/วัน
= เงินถึงเจ้าของเพิ่มเท่าตัว
ขายไม่หมดไส้ไหนลดจำนวนที่ทำไส้นั้น เหลือทิ้ง 1 ชิ้น = 11.98 ฿
ที่จ่ายไปแล้ว
ขายหมดกี่โมงหมดก่อนปิดร้าน = มีคนอยากซื้อแต่ไม่มีของ พลาด 1 ชิ้น = 9.12 ฿
ของกึ่งสำเร็จเหลือเทียบกับสูตร → จับของหาย/ใช้เปลือง ใช้เกินสูตร 5%
= ~21,000 ฿/เดือน

🔍 ตัวอย่างการจับของหาย — สิ่งที่ทำได้เมื่อมีของเหลือสิ้นวัน

เทียบ “ของที่หายไปจากคลังสาขา” กับ “ของที่สูตรบอกว่าควรใช้”
ตัวอย่างข้างบนใช้ตัวเลขสมมติ เพื่อให้เห็นวิธีคิด — ของจริงต้องรอ 2 อย่าง: ครัวกลางบันทึกว่าส่งอะไรไปสาขาเท่าไหร่ และ สาขานับของเหลือตอนปิดร้าน · มีครบ 2 อย่างเมื่อไหร่ ตารางนี้ขึ้นเองทุกวัน

🏪 ทุกสาขา · ยอดขาย ม.ค.–มิ.ย. 2569 จากไฟล์จริง

กดที่แถวเพื่อดูเทรนด์ 6 เดือนของสาขานั้น
สิ่งที่ตารางนี้ยังตอบไม่ได้: ไฟล์เดิมไม่มีต้นทุนรายสาขา เรารู้แค่ว่าสาขาไหนขายได้เท่าไหร่ แต่ยังไม่รู้ว่าสาขาไหนทำกำไรได้เท่าไหร่ — สาขายอดสูงอาจกำไรน้อยกว่าสาขายอดต่ำก็ได้ ถ้าเบิกของเยอะแล้วขายไม่หมด · จะตอบได้เมื่อระบบเก็บ “เบิกของรายสาขา” ในเฟส 2

💸 ยอดซื้อ ม.ค.–มิ.ย. 2569 แยกรายการ จากไฟล์จริง

รวม 2,550,406 บาท · คุมแค่ 2 อย่างแรก = คุม 59% ของค่าวัตถุดิบทั้งหมด

🧾 บันทึกบิลซื้อ — ช่องที่ไฟล์เดิมไม่มี

ตัวอย่างหน้าจอ กดเล่นได้
แผง
บาท

📈 ราคาต่อหน่วยรายเดือน

ยังไม่มีข้อมูล ไฟล์เดิมบันทึกแต่ ยอดเงินรวมต่อสัปดาห์ เช่น “ไข่ 189,290 บาท”
ไม่ได้บันทึกว่าซื้อกี่แผง ราคาแผงละเท่าไหร่ จึงวาดกราฟราคาไม่ได้
ผลของการไม่มีช่องนี้: ถ้าเดือนนี้ค่าไข่สูงขึ้น เราแยกไม่ออกว่า “ไข่ขึ้นราคา” หรือ “ครัวใช้ไข่เปลืองขึ้น” — สองเรื่องนี้แก้คนละวิธีโดยสิ้นเชิง (เรื่องแรกไปคุยกับผู้ขาย เรื่องหลังไปดูที่ครัว)
ค่าไข่ = 40.6% ของค่าวัตถุดิบทั้งหมด (1,036,710 บาทใน 6 เดือน) เพิ่มการจดแค่ช่องเดียวว่า “กี่แผง” ก็แยกออกทันที

📦 คลังของ — แยก 2 คลัง ไม่มีข้อมูลจริงในไฟล์ ลองกรอกดูได้

ในระบบจริงช่องคงเหลือจะกรอกไม่ได้ — ยอดมาจากผลบวกรายการเข้า-ออกเท่านั้น · ที่นี่เปิดให้กรอกเพื่อให้ลองเล่นดูว่าคำนวณอะไรได้บ้าง

คลังที่ 1 — วัตถุดิบดิบ

กติกาที่ระบบจริงต้องบังคับ: ❌ ห้ามมีช่อง "แก้ยอดคงเหลือ" ให้พิมพ์ทับ — ตรวจนับไม่ตรงต้องบันทึกเป็น "รายการตรวจนับ" ที่มีผลต่าง + เหตุผล + คนบันทึก · ❌ สต๊อกห้ามติดลบ — ติดลบแปลว่ามีของรับเข้าที่ยังไม่ได้คีย์ ต้องให้คนแก้ ไม่ใช่ปล่อยผ่าน · มูลค่าคลังขึ้น "–" ทุกช่อง เพราะยังไม่มีราคาต่อหน่วยของวัตถุดิบสักตัว (0 = ข้อมูล · – = ยังไม่รู้)

คลังที่ 2 — ของกึ่งสำเร็จ (ที่กวนไว้แล้ว)

ทำไมต้องแยก 2 คลัง: มะพร้าว 4 กก. ที่กวนเป็นครีมไปแล้ว ไม่ใช่มะพร้าวในคลังอีกต่อไป ปนกันเมื่อไหร่จะนับซ้ำ แล้วระบบจะบอกว่ามีของมากกว่าความจริงทุกวัน

🚨 ของที่ต่ำกว่าจุดสั่งซื้อ

แตะเส้นนี้เมื่อไหร่ = ต้องไปตลาดพรุ่งนี้ ระบบเตือนเองไม่ต้องเดินไปดูในครัว

⚖️ บัตรสต๊อกรายเดือน — ต้องบวกกลับได้เสมอ

รายการมะพร้าว (กก.)
ยอดยกมาต้นเดือน120.0
+ รับเข้า (ซื้อ)380.0
− เบิกไปกวนครีม(248.0)
− เบิกไปทำไส้เค็ม(104.0)
− ของเสีย (เน่า)(6.0)
± รายการตรวจนับ(2.0)
= ยอดปิดปลายเดือน140.0
บวกไม่ได้เมื่อไหร่ = มีรายการหาย · นี่คือสิ่งที่ไฟล์ Excel เดิมทำไม่ได้เลย เพราะไม่เคยบันทึกของเข้า-ออก มีแต่ยอดเงินที่จ่าย

🧩 สูตร ชั้นที่ 1 วัตถุดิบดิบ → ของกึ่งสำเร็จ จากไฟล์จริง

ตัวเลขวัตถุดิบอ่านจาก khundao.xlsx แผ่น "ต้นทุน" ตรง ๆ · ช่องเหลือง = ไฟล์ไม่ได้เขียนหน่วยไว้ ต้องถามคุณดาว — ลองพิมพ์ตัวเลขดู แล้วดูหน้า "ผลิต" ขยับ
นี่คือจุดที่ทำให้ระบบยังตอบไม่ได้ครบ: ไฟล์เขียนผลได้เป็นตัวเลขเปล่า ๆ เช่น "ฝอยทอง ได้ 16" แต่ไม่บอกว่า 16 อะไร (ถาด? กิโล? ถุง?) · มีสูตรเดียวที่หน่วยครบคือ ไส้/ครีม = 12 กก. ระบบจึงคำนวณสายครีมได้จบ แต่อีก 5 สายยังตอบไม่ได้จนกว่าจะเติมหน่วย

🥞 สูตร ชั้นที่ 2 ของกึ่งสำเร็จ → ขนม 1 ชิ้น

คอลัมน์ "ใช้ต่อชิ้น" จากไฟล์จริง · การจับคู่ครีมกับหน้าขนมเป็นการอนุมาน ต้องให้คุณดาวยืนยัน
ที่ผมอนุมานเอง (ต้องยืนยัน): ไฟล์บอก "ใส่หวาน 25 ก. / ใส่เค็ม 13 ก." ผมจึงเข้าใจว่าไส้หวานทุกหน้าใช้ครีม 25 ก. ไส้เค็มใช้ 13 ก. · ถ้าจริง ๆ เผือก/ทุเรียนใช้ครีมคนละปริมาณ ตัวเลข "ผลิตได้กี่ชิ้น" จะเปลี่ยนทันที · แป้ง 4–5 ก./ชิ้น ผมใช้ 4.5 เป็นค่ากลาง

⭐ ของที่มีอยู่ตอนนี้ ทำขนมได้อีกกี่ชิ้น

คิดจากของในคลัง + ของที่ยังกวนเพิ่มได้ · ตัวเลขในการ์ดคือ "ถ้าทำไส้นั้นอย่างเดียวล้วน ๆ"
อ่านให้ถูก: ตัวเลขทุกใบบวกกันไม่ได้ เพราะ แป้ง กับ ครีม ใช้ร่วมกันทุกไส้ — ทำฝอยทองเต็มที่แล้วครีมจะไม่เหลือให้ไส้อื่น · อยากรู้ว่าทำพร้อมกันจริงได้เท่าไหร่ ให้ดูตาราง "แผนผลิต" ข้างล่าง

⏳ ของที่มีพอขายอีกกี่วัน

เทียบยอดขายจริงเฉลี่ย 2,766 ชิ้น/วัน (มิ.ย. 2569 · 14 สาขา)

🔄 ตัวอย่างรายการของเข้า-ออก

ยอดคงเหลือไม่มีที่ไหนเก็บไว้ — คำนวณสดจากรายการพวกนี้ทุกครั้ง

📋 แผนผลิตพรุ่งนี้ — อยากทำเท่าไหร่ ต้องใช้อะไร ขาดอะไร

ใส่จำนวนชิ้นที่จะทำแต่ละไส้ → ระบบคิดย้อนกลับให้ว่าต้องกวนอะไร ต้องซื้ออะไรเพิ่ม

🧪 ต้องกวนกึ่งสำเร็จเท่าไหร่

🛒 ต้องมีวัตถุดิบเท่าไหร่ / ต้องซื้อเพิ่มอะไร

📄 งบกำไรขาดทุนรายเดือน จากไฟล์จริง ฝั่ง “จ่ายจริง”

กดเลือกเดือน · ทุกบรรทัดกดดูที่มาได้ (ในระบบจริง)

งบเดือน

ขายได้ 100 บาท หายไปไหน

แล้วเงินที่เหลือ ไปไหนต่อ

🧩 ต้นทุนต่อขนม 1 ชิ้น คำนวณจากยอดรวม 6 เดือน ÷ 507,328 ชิ้น

รายการบาท/ชิ้นหมายเหตุ
ราคาขาย15.00ยืนยันโดยเจ้าของงาน 13 ส.ค. 2569
− ค่าวัตถุดิบ5.03รวมค่าแก๊ส/ขนส่ง/บัญชี ที่ไฟล์เดิมนับปนมา
− ค่าคนงาน5.04แพงพอ ๆ กับค่าของ · คงที่ทุกเดือน
− ภาษี ไฟน้ำ เช่า ปกส. เบี้ยพิเศษ1.91
= กำไรสุทธิ3.0220.1% ของราคาขาย
− เก็บเข้ากองกลาง1.42เดือนละ 120,000 คงที่
− เงินเดือนผู้บริหาร0.95เดือนละ 80,000
− เก็บสะสม0.24ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง
= เหลือถึงมือเจ้าของ0.4242 สตางค์ จากขนมชิ้นละ 15 บาท
ทำไมยังต้องยืนยันอีก: ตัวเลข “ค่าวัตถุดิบ 5.03” มาจากยอดรวมที่ไฟล์เดิมเรียกว่าค่าวัตถุดิบ แต่ในนั้นมีค่าแก๊ส 63,657 · ค่าสามล้อ 35,193 · ค่าทำบัญชี 30,000 · ค่าโทรศัพท์ 27,000 · บำรุงรักษารถ 34,200 และรายการ “อื่นๆ” อีก 203,715 บาท ที่ยังไม่รู้ว่าคืออะไร ปนอยู่ด้วย — ยอดรวมถูก แต่ป้ายชื่อผิด · ต้องแยกให้ออกก่อน ถึงจะบอก “ต้นทุนวัตถุดิบจริง” ได้

🏪 สาขา จากไฟล์จริง

ปิดสาขาได้ แต่ ลบไม่ได้ — ลบแล้วยอดขายเก่าของสาขานั้นจะหายไปด้วย

🍮 สินค้าและราคา

สินค้าราคา/ชิ้นสถานะ
ขนมเบื้อง (ราคามาตรฐาน)฿15.00ยืนยันแล้ว
แยกตามไส้ (หวาน/เค็ม/เผือก/ทุเรียน…)รอคุณดาวยืนยัน
ขายเป็นกล่อง/ชุดรอคุณดาวยืนยัน
ราคางานออกบูธรอคุณโอยืนยัน
เปลี่ยนราคาเมื่อไหร่ ระบบเก็บเป็นประวัติ ไม่ทับของเดิม — ยอดขายเดือนเก่าจึงยังคำนวณด้วยราคาเก่าเสมอ ไม่เพี้ยนย้อนหลัง

👥 คนใช้ระบบ

ยังไม่มีข้อมูล ต้องได้ชื่อ + เบอร์มือถือของคนที่จะคีย์ยอดแต่ละสาขาก่อน
(อยู่ในแบบฟอร์มที่ส่งให้คุณโอกรอกแล้ว — แผ่น “1-สาขา”)
ห้ามฝังเบอร์จริงลงในโค้ด — ใส่ผ่านหน้านี้เท่านั้น เบอร์ที่เขียนติดไปกับโค้ดจะขึ้นไปอยู่บนคลาวด์ถาวร ลบทีหลังก็ยังอยู่ในประวัติ

💾 ข้อมูลของร้าน

ข้อมูลเป็นของร้าน ไม่ใช่ของคนทำระบบ — ต้องเอาออกได้ตลอดเวลา
ทุกตารางในระบบมีปุ่ม “ออกรายงาน CSV” เปิดด้วย Excel ได้เลย · ปุ่มส่งออก JSON เอาข้อมูลทั้งก้อนออกมาได้ในคลิกเดียว เผื่อวันหนึ่งอยากย้ายไปใช้ระบบอื่น